สร้างสินค้าจัดชุดตามหมวดหมู่ (Category Bundle) ใน ECM
ในคู่มือนี้ คุณจะได้เรียนรู้วิธีสร้างสินค้าจัดชุดตามหมวดหมู่ (Category Bundle) ซึ่งเป็นสินค้าที่ลูกค้า "จัดชุดเอง" โดยเลือกสินค้าจากหมวดหมู่ที่คุณกำหนดไว้ คู่มือนี้ครอบคลุม bundle แบบซื้อครั้งเดียว (one-time) หากต้องการขายเป็นแบบสมาชิกที่มีรอบจัดส่งต่อเนื่อง โปรดอ่านคู่มือ สร้างสินค้าจัดชุดแบบสมาชิก (Subscription Bundle) ต่อจากคู่มือนี้
ภาพรวม#
สินค้าจัดชุดตามหมวดหมู่ประกอบด้วยกลุ่มการเลือก (selection group) ตั้งแต่หนึ่งกลุ่มขึ้นไป แต่ละกลุ่มผูกกับหมวดหมู่สินค้า และกำหนดว่าลูกค้าเลือกสินค้าจากกลุ่มนั้นได้กี่ชิ้น ตัวอย่างเช่น กล่องผักอาจมีกลุ่ม "Premium vegetable" ให้ลูกค้าเลือก 1 ถึง 6 รายการ และกลุ่ม "Beverages" ให้เลือกอีก 1 รายการ
บนหน้าร้าน ลูกค้าจะเลือกสินค้าไปทีละกลุ่มตามลำดับจนได้ชุดของตัวเอง:

เมื่อคุณสร้าง bundle ระบบจะสร้างสินค้าที่เชื่อมโยงกัน (linked product) ให้โดยอัตโนมัติ คุณจัดการราคา รูปภาพ คำอธิบาย ช่องทางการขาย และการเผยแพร่ของ bundle ที่ตัวสินค้านั้นเหมือนสินค้าทั่วไป
สินค้าจัดชุดตามหมวดหมู่มี 2 ประเภท:
- One-time bundle: ลูกค้าซื้อและจัดชุดครั้งเดียว ไม่มีตารางจัดส่งหรือกติกาการต่ออายุผูกอยู่ คู่มือนี้ครอบคลุมประเภทนี้
- Subscription bundle: การชำระเงินแต่ละครั้งให้สิทธิ์ลูกค้าได้รับ "รอบจัดส่ง" ตามจำนวนที่กำหนด และ subscription ต่ออายุตามกติกาที่คุณตั้งไว้ โปรดดูคู่มือ สร้างสินค้าจัดชุดแบบสมาชิก
ก่อนสร้าง bundle ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้าที่จะให้ลูกค้าเลือกถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ที่ถูกต้องแล้ว ตามคู่มือ จัดการหมวดหมู่
สร้าง Category Bundle แบบซื้อครั้งเดียว#
วิธีสร้างสินค้าจัดชุดแบบซื้อครั้งเดียว:
- ไปที่เมนู Category Bundles จากแถบเมนูด้านข้าง

- คลิกปุ่ม Create Bundle ที่มุมขวาบน ระบบจะเปิดฟอร์ม "Create category bundle"
- กรอก Bundle name ระบบจะใช้ชื่อนี้เป็นชื่อของสินค้าที่สร้างให้อัตโนมัติ ซึ่งคุณเปลี่ยนชื่อได้ภายหลัง
- ปิดสวิตช์ Subscription bundle สวิตช์นี้เปิดอยู่เป็นค่าเริ่มต้น เมื่อปิดแล้ว แผงด้านข้างจะแสดงข้อความ "One-time bundle" และไม่มีกติกาการจัดส่งหรือการต่ออายุผูกอยู่

- ตั้งค่ากลุ่มการเลือกของ bundle ตามหัวข้อ "ตั้งค่ากลุ่มการเลือก (Bundle Groups)" ด้านล่าง
- เมื่อเรียบร้อยแล้ว คลิกปุ่ม Create bundle
หลังจากสร้าง bundle แล้ว ให้ตั้งราคาและเผยแพร่ตามหัวข้อ "ตั้งราคาและเผยแพร่ Bundle" ด้านล่าง
ตั้งค่ากลุ่มการเลือก (Bundle Groups)#
แต่ละกลุ่มคือหนึ่งขั้นตอนที่ลูกค้าต้องเลือกขณะจัดชุดสินค้าบนหน้าร้าน โดยแต่ละกลุ่มตั้งค่าได้ดังนี้:
- Category: (จำเป็น) หมวดหมู่สินค้าที่ให้ลูกค้าเลือก คุณต้องเลือกหมวดหมู่ก่อน จึงจะค้นหาสินค้าในฟิลด์ด้านล่างได้
- Customer-facing label: ข้อความที่ลูกค้าเห็นขณะจัดชุด ตัวอย่างเช่น "เลือกผัก 3 อย่าง"
- Minimum quantity และ Maximum quantity: จำนวนชิ้นรวมขั้นต่ำและสูงสุดที่ลูกค้าเลือกได้ในกลุ่มนี้
- Maximum per variant: จำนวนครั้งที่ลูกค้าเลือกสินค้ารายการเดิมซ้ำได้
- Allowed Products (Whitelist): เว้นว่างเพื่อให้เลือกได้ทุกสินค้าในหมวดหมู่ หรือเลือกสินค้าบางรายการเพื่อจำกัดการเลือกเฉพาะรายการเหล่านั้น
- Per-variant rules: เพิ่มตัวเลือกสินค้า (variant) ที่ต้องการกติกาต่างจากค่าของกลุ่ม ตามหัวข้อ "กติการายตัวเลือกสินค้า (Per-Variant Rules)" ด้านล่าง
คลิกปุ่ม Add group เพื่อเพิ่มกลุ่มถัดไป และลากกลุ่มเพื่อจัดลำดับได้ ลำดับของกลุ่มคือลำดับขั้นตอนที่ลูกค้าเห็นบนหน้าร้าน
กติการายตัวเลือกสินค้า (Per-Variant Rules)#
ใช้ per-variant rules เมื่อตัวเลือกสินค้า (variant) บางรายการต้องการเงื่อนไขการแสดงผล การจำกัดจำนวน หรือจำนวนที่บังคับ ซึ่งต่างจากค่าทั่วไปของกลุ่ม
วิธีเพิ่มกติกา: ค้นหา variant ในช่อง Per-variant rules แล้วเลือกจากผลการค้นหา variant ที่เพิ่มแล้วจะแสดงเป็นป้ายซึ่งลบได้ด้วยไอคอน X และจะมีส่วน "Variant rule" แสดงการตั้งค่าของ variant นั้น:

แต่ละ variant rule ตั้งเงื่อนไขได้ดังนี้:
- Customer selectable: ให้ลูกค้าเลือก variant นี้เองได้หรือไม่ขณะจัดชุด เปิดอยู่เป็นค่าเริ่มต้น ปิดสวิตช์เพื่อซ่อน variant นี้จากตัวเลือกของลูกค้า ตัวอย่างเช่น สินค้าที่คุณใส่ให้อัตโนมัติผ่าน Required quantity แทน
- Minimum quantity: จำนวนขั้นต่ำของ variant นี้ที่ต้องมีในชุด ค่าเริ่มต้นคือ 0 หมายถึงไม่มีขั้นต่ำ
- Maximum quantity: จำนวนสูงสุดของ variant นี้ในชุด เว้นว่างเพื่อใช้ค่า Maximum per variant ของกลุ่ม
- Required quantity: จำนวนของ variant นี้ที่ทุกชุดต้องมีโดยอัตโนมัติ ค่าเริ่มต้นคือ 0 ตั้งเป็นจำนวนที่มากกว่าเพื่อบังคับให้ variant นี้อยู่ในทุกชุด ตัวอย่างเช่น เจลเก็บความเย็นที่ต้องแนบทุกกล่อง
ตั้งราคาและเผยแพร่ Bundle#
ลูกค้ายังซื้อ bundle ไม่ได้จนกว่า linked product จะมีราคาและถูกเผยแพร่ วิธีตั้งค่า:
- ไปที่ Category Bundles แล้วคลิก bundle เพื่อเปิดหน้ารายละเอียด
- ในส่วน Linked product คลิก View product
- ที่หน้าสินค้า แก้ไขราคาในส่วน Pricing
- เพิ่มรูปภาพและคำอธิบายของสินค้า
- ตรวจสอบช่องทางการขาย (sales channels) และการตั้งค่าการจัดส่ง (shipping configuration) ของสินค้า
- เปลี่ยนสถานะสินค้าเป็น Published
จัดการ Bundle หลังสร้าง#
คลิก bundle ในหน้า Category Bundles เพื่อเปิดหน้ารายละเอียด:

จากหน้านี้คุณสามารถ:
- คลิก Edit bundle เพื่อแก้ไขกลุ่มการเลือก และแผน subscription สำหรับ bundle แบบสมาชิก
- คลิก Archive เพื่อหยุดขาย bundle โดยไม่ลบข้อมูล
- คลิก Delete เพื่อลบ bundle
หน้ารายละเอียดยังแสดงกลุ่มการเลือกพร้อมเงื่อนไขของแต่ละกลุ่ม สินค้าที่เชื่อมโยง และสำหรับ bundle แบบสมาชิก จะแสดงจำนวน subscription ที่ใช้งานอยู่และ configuration record ด้วย
นอกจากนี้ หน้าสินค้าแต่ละตัวมีส่วน Bundle Usage ที่แสดงว่าสินค้านั้นถูกใช้อยู่ใน bundle ใดบ้าง ควรตรวจสอบก่อนแก้ไขหรือหยุดขายสินค้าที่เป็นส่วนประกอบของ bundle
ขั้นตอนถัดไป: ขาย Bundle เป็นแบบสมาชิก#
หากต้องการขาย bundle ที่มีรอบจัดส่งต่อเนื่อง การต่ออายุอัตโนมัติ และการเรียกเก็บเงินซ้ำ โปรดดูคู่มือ สร้างสินค้าจัดชุดแบบสมาชิก (Subscription Bundle)